ได้เวลาพักผ่อนสำหรับไทเกอร์

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

ไท เกอร์ วูดส์ ทำท่าว่าจะจบปีนี้ด้วยชัยชนะเมื่อเขาเป็นผู้นำใน 3 รอบแรกของเชฟรอน เวิลด์ ชาลเลนจ์ ซึ่งเป็นรายการของเขาเองในสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่เขาจบปีโดยไร้ชัยชนะ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเล่นกอล์ฟอาชีพ เมื่อแกรม แม็คดาวล์ คว้าแชมป์ไปครองด้วยการทำ 2 พัตต์สำคัญที่หลุมสุดท้ายและหลุมแรกของรอบเพลย์ออฟ

ไทเกอร์นำ 4 แต้ม หลังจาก 3 รอบ แม้ว่าคะแนนนำของเขาจะหดหาย แต่เขาได้เปรียบเยอะที่หลุมสุดท้ายเมื่อตีลูกไปตกอยู่ห่างจากหลุมแค่ 3 ฟุต ขณะที่แม็คดาวล์ต้องพัตต์ให้ลงจากระยะ 20 ฟุต เพื่อลุ้นต่อในรอบเพลย์ออฟ

แม็คดาวล์ พัตต์ลง และทั้งคู่ต้องเล่นรอบเพลย์ออฟโดยเริ่มที่หลุม 18 แล้วแม็คดาวล์ก็พัตต์ลงอีกจากระยะประมาณนั้นที่หลุมเดียวกัน และคว้าแชมป์ไปครอง

ปีนี้เป็นปีที่แม็คดาวล์เรียกว่าเป็น “ปีแห่งความฝัน” ของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้ครองตำแหน่งมือ 1 ของยุโรป แต่เขาได้แชมป์ยูเอส โอเพ่น และช่วยให้ยุโรปชนะไรเดอร์ คัพ

สำหรับไทเกอร์ เขาเสียหลายอย่างในปีนี้ตั้งแต่ “ความแตก” เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าเขานอกใจภรรยา

เขา เสียเอลิน ภรรยาของเขาซึ่งหย่ากันเรียบร้อยแล้ว, เสียเงินมหาศาลให้เอลินในการหย่ากัน, เสียโค้ช (แฮงค์ เฮนี่ย์), เสียสปอนเซอร์หลายเจ้า, เสียตำแหน่งมือ 1 ของโลก และเสียสถิติได้แชมป์อย่างน้อย 1 รายการ ในแต่ละฤดูกาลตั้งแต่เทิร์นโปรในปี 1996

การพลาดแชมป์ในเวิลด์ ชาลเลนจ์ทำให้เขาเสียสถิติอีกอย่างหนึ่ง คือ ชนะทุกครั้งที่นำอย่างน้อย 3 แต้ม หลังจาก 3 รอบ

นอกจากไม่ชนะรายการใด ๆ ในปีนี้ ผลงานของเขามีทั้ง ตีเละ, ตกรอบและแพ้ยับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดกับไทเกอร์

เขาตกรอบที่เควล ฮอลโลว์ หลังจากตี 2 รอบ 153 ซึ่งเป็นคะแนน 2 รอบแรกที่แย่ที่สุดในชีวิต

เขา ทำคะแนน 18 โอเวอร์ 298 ที่บริดจสโตน ซึ่งเป็นสกอร์ที่แย่ที่สุดของเขาในพีจีเอ ทัวร์ และแพ้ฮันเตอร์ เมแฮน ซึ่งได้แชมป์ถึง 30 แต้ม

แม้ว่าจะพบกับปีที่แย่และลำบากทั้งในและนอก สนามกอล์ฟ แต่ไทเกอร์ก็ยังมองเห็นอนาคตที่สดใส เขาบอกว่า ชีวิตเริ่มดีขึ้น และการเล่นก็เริ่มดีขึ้นเช่นกัน

แม็คดาวล์ซึ่งเล่นก๊วนเดียวกับไท เกอร์ใน 2 รอบสุดท้ายที่เวิลด์ ชาลเลนจ์ ให้กำลังใจไทเกอร์ว่า เขากำลังจะกลับมาเก่งเหมือนเดิม และจะชนะอย่างแน่นอนในปีหน้า

จบ เวิลด์ ชาลเลนจ์แล้ว ไทเกอร์จะได้พักก่อนจะกลับมาใหม่ในต้นปีหน้า คนอย่างไทเกอร์ไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ เขาจะกลับมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นเสือดุอีกครั้ง หลังจากที่เป็นได้แค่แมวเชื่อง ๆ ในปีที่ผ่านมา Read the rest of this entry »

คัมแบ็กแห่งปี

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

ถามว่าใครควรเป็นนักกอล์ฟแห่งปีของพีจีเอ ทัวร์

ท่านที่ติดตามกอล์ฟคงจะสามารถเอ่ยชื่อนักกอล์ฟที่มี ผลงานโดดเด่นในปีนี้ เพื่อชิงตำแหน่งนี้ เช่น จิม ฟิวริก และฟิล มิคเคลสัน

ตำแหน่งนักกอล์ฟแห่งปีของพีจีเอ ทัวร์ ตกเป็นของฟิวริก จากการเลือกของเพื่อนร่วมอาชีพ

ถามว่าใครควรได้รับตำแหน่ง “การกลับมาแห่งปี” ของพีจีเอ ทัวร์ ท่านนักกอล์ฟอาจนึกไม่ออก

ไม่ต้องเสียเวลาคิด เพราะนักกอล์ฟในพีจีเอ ทัวร์ เลือกแล้ว คือ สจวร์ต แอพเพิลบี จากออสเตรเลีย

แอ พเพิลบีเคยเป็นนักกอล์ฟฝีมือดี เขาได้แชมป์พีจีเอ ทัวร์ 8 รายการ และติดอันดับท็อป 10 ในรายการเมเจอร์ 3 ครั้ง รวมทั้งได้ที่ 2 ในบริทิช โอเพ่น 2002

ปี 2009 เป็นปีที่แย่ที่สุดในชีวิตการเล่นกอล์ฟของแอพเพิลบี ตั้งแต่เริ่มเล่นในพีจีเอ ทัวร์ ในปี 1996

เขา จบฤดูกาลที่อันดับ 137 ในอันดับเงินรางวัลรวมประจำปี และไม่ได้สิทธิ์เล่นในพีจีเอ ทัวร์ ในปีถัดไป (นักกอล์ฟ 125 อันดับแรกเท่านั้นที่ได้สิทธิ์นี้ หากไม่ได้สิทธิ์ในทางอื่น)

ดัง นั้น เขาจึงต้องใช้ “ตัวช่วย” ด้วยการใช้สิทธิ์ในฐานะนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสูงสุดตลอดกาล 25 อันดับแรกของพีจีเอ ทัวร์ เพื่อเล่นในทัวร์ในปีถัดไป (สิทธิ์นี้ใช้ได้ครั้งเดียว)

ปี 2010 แอพเพิลบีคว้าแชมป์กรีนเบรียร์ คลาสสิก หลังจากตี 59 ในวันสุดท้าย เขาเป็น นักกอล์ฟคนที่ 5 ของโลก และคนแรกที่ไม่ใช่อเมริกัน ที่ทำสกอร์ 18 หลุม ต่ำกว่า 60 ใน พีจีเอ ทัวร์

ฝรั่งช่างคิดแจกแจงสถิติให้ดูว่า ก่อนที่แอพเพิลบีจะตี 59 เขาไม่เคยตีดีกว่า 65 ในพีจีเอ ทัวร์ ตั้งแต่ปี 2006 รวม 358 รอบ และรอบที่ดีที่สุดของเขาก่อนหน้านี้ คือ 62 ซึ่งเขาทำได้ที่ลาสเวกัส ในปี 2003

นอกจากนี้ เขายังได้โบนัสเป็นแชมป์ออสเตรเลียน มาสเตอร์ส ในช่วงท้ายปี 2010 เป็นการปิดฉากปีนี้อย่างสวยงาม

แอพเพิลบีได้รับคะแนนเสียงมากกว่า ร็อคโค่ มีเดียท และอาร์จุน อัตวัล

อัต วัลสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟอินเดียคนแรกที่ได้แชมป์ในพีจีเอ ทัวร์ เขาได้แชมป์วีนแดม แชมเปี้ยนชิพ 3 สัปดาห์หลังจากที่แอพเพิลบีชนะที่กรีนเบรียร์

อัตวัลเป็นนักกอล์ฟคนแรกในรอบ 24 ปีที่ผ่านรอบคัดเลือกในวันจันทร์แล้วก้าวไปคว้าแชมป์รายการนั้น

สิทธิ์ เล่นในพีจีเอ ทัวร์ของอัตวัลหมดลง 1 เดือนก่อนหน้ารายการนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องเล่นรอบคัดเลือก ชัยชนะที่วีนแดมทำให้อัตวัลไม่ต้องดิ้นรนเพราะว่าเขาได้สิทธิ์เล่นในพีจีเอ ทัวร์ 2 ปี

อินเดียมีนักกีฬาที่เก่งไม่ค่อยเยอะเมื่อเทียบกับจำนวน ประชากรและเทียบกับประเทศจีนซึ่งมีประชากรเกิน 1 พันล้านคนเหมือนกัน แต่อย่างน้อยอินเดียก็มีแชมป์กอล์ฟ พีจีเอ ทัวร์แล้ว Read the rest of this entry »

แคดดี้ตามล่าฝัน

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

แคดดี้ของนักกอล์ฟในพีจีเอ ทัวร์ หรือยูโรเปี้ยน ทัวร์หลายคนเป็นนักกอล์ฟฝีมือใช้ได้ และ บางคนอยากจะเล่นในทัวร์เองแทนที่จะแบกถุงให้คนอื่น

เบรตต์ วัลด์แมน เป็นหนึ่งในนั้น และความฝันของเขาเป็นจริงในระดับหนึ่งเมื่อเขาได้สิทธิ์เล่นในเนชั่นไวด์ ทัวร์ ซึ่งเป็นทัวร์ในอเมริการองจากพีจีเอ ทัวร์ หรือทัวร์ให้นักกอล์ฟหาประสบการณ์เพื่อก้าวสู่พีจีเอ ทัวร์

วัลด์แมน ตี 68 ในรอบสุดท้ายของรอบคัดเลือกเพื่อ ชิงตั๋วเล่นในพีจีเอ ทัวร์ แต่นั่นไม่เพียงพอสำหรับการ คว้าสิทธิ์เล่นในพีจีเอ ทัวร์ แต่มันเพียงพอสำหรับการ ได้สิทธิ์เล่นในเนชั่นไวด์ ทัวร์

แต่เน ชั่นไวด์ ทัวร์มีเงินรางวัลไม่มากนัก ทำให้วัลด์แมน คิดหนักว่าจะแบกถุงให้ คามิโล บีเยกาส ต่อไปและมีรายได้ที่ดี พอสมควร หรือแยกทางกับบีเยกาสเพื่อไปตามล่าฝันในฐานะ นักกอล์ฟ

วัลด์แมน ปรึกษาภรรยา, จอน คิทน่า เพื่อนของเขาซึ่งเป็นควอเตอร์แบ็กของดัลลัส คาวบอยส์, แคดดี้และนักกอล์ฟว่าจะเอาไงดี คำตอบที่ได้เหมือนกันหมด คือ ทุกคนสนับสนุนให้เขาเป็นนักกอล์ฟ

วัลด์แมนไม่ได้แข่งกอล์ฟอย่างจริง จังตั้งแต่สอบตกในรอบคัดเลือกของพีจีเอ ทัวร์ในปี 2002 หลังจากนั้นเขาก็หันไปทำงานเป็นแคดดี้ โดยแบกถุงให้ทอม เพอร์นีซ จูเนียร์ ซึ่งเป็นญาติของเขา, เบน เครน และบีเยกาส

เขาบอกว่า การเล่นกอล์ฟอาชีพเป็นความฝันอย่างหนึ่งของเขา และเขาไม่ต้องการมองย้อนกลับไปและเสียดายว่า ทำไมไม่คว้าโอกาสการเล่นกอล์ฟทั้ง ๆ ที่ได้รับโอกาสแล้ว

เมื่อได้รับ แจ้งจากวัลด์แมนว่าจะขอแยกวงไปเล่นกอล์ฟเอง บีเยกาสไม่ว่าอะไรแถมยังส่งเสริมอีกต่างหาก และพร้อมที่จะทำ ทุกอย่างเพื่อช่วยวัลด์แมน

วัลด์แมนจะเล่นรายการแรกในเนชั่นไวด์ ทัวร์ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า และรายการที่ 2 ของเขาจะอยู่ที่โคลัมเบีย บ้านเกิดของบีเยกาส

ปัญหาของวัลด์แมนในขณะนี้คือ เขายังหาแคดดี้ไม่ได้

ตอนที่เขาเล่นรอบคัดเลือก เขาใช้แคดดี้ในพีจีเอ ทัวร์หลายคนซึ่งยินดีช่วยเป็นครั้งคราว รวมทั้งแคดดี้ของแมตต์ คูเชอร์

อย่าง ไรก็ตาม เขารู้ดีว่าคงไม่มีแคดดี้พีจีเอ ทัวร์คนไหนที่จะ ยอมทิ้งงานที่ทำอยู่เพื่อแบกถุงให้เขาในเนชั่นไวด์ ทัวร์ เพราะเงินต่างกันเยอะ

วัลด์แมนบอกว่า เขาคงต้องขอให้อดีตเพื่อนร่วมทีมที่มหาวิทยาลัยช่วยเป็นแคดดี้ให้
Read the rest of this entry »

ไม่จำเป็นต้องตะโกน “โฟร์”

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

กติการะบุว่าลูกกอล์ฟต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 45.93 กรัม หรือ 1.62 ออนซ์ (ไม่ทราบว่าทำไมไม่กำหนดให้เป็นตัวเลขกลม ๆ)

มันอาจจะไม่หนัก แต่ทำให้คนเล่นหรือคนดู บาดเจ็บอย่างรุนแรงหรือถึงตายได้

ดังนั้น นักกอล์ฟจึงต้องตะโกน “โฟร์” (Fore) เพื่อให้คนอื่นระวังตัวเมื่อตีลูกไปแล้วลูกอาจจะโดนพวกเขา

ถามว่านักกอล์ฟจำเป็นต้องร้อง “โฟร์” หรือไม่เมื่อลูกที่ตีออกไปอาจจะพุ่งไปโดนคนอื่น

“ไม่จำเป็น” -ตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ในนิวยอร์ก

สัปดาห์ ที่แล้ว ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐนิวยอร์กพิพากษายืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นว่านักกอล์ฟคน หนึ่งที่ตีลูกกอล์ฟไปถูกตาของเพื่อนร่วมก๊วนจนตาบอดไม่มีความผิด แม้ว่าเขาจะไม่ตะโกนร้อง “โฟร์”

คดีนี้เกิดขึ้นในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ในลองไอส์แลนด์ในปี 2002 เมื่ออานูป คาปูร์ตีลูกไปถูกตาของอาซาด อานันท์ในระหว่างที่ทั้งคู่เล่นกอล์ฟด้วยกันกับเพื่อนร่วม ก๊วนอีกคนหนึ่ง

ทั้งคาปูร์และอานันท์เป็นหมอ และ (ตอนนั้น) เป็นเพื่อนกัน และเล่นกอล์ฟด้วยกันมานานหลายปี

อุบัติเหตุ ครั้งนั้นทำให้แก้วตาของอานันท์ฉีกขาด เขาสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ดังนั้น อานันท์จึงฟ้องศาลโดยอ้างว่า คาปูร์ ไม่ได้ร้อง “โฟร์”

คา ปูร์บอกว่าอานันท์รู้อยู่แล้วว่าการเล่นกอล์ฟมีความเสี่ยง และให้การว่าเขาไม่จำเป็นต้องร้อง “โฟร์” เพราะไม่มีใครอยู่ในแนวของลูกที่เขาตั้งใจให้ไป

ศาลชั้นต้นตัดสินให้คาปูร์ชนะ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาล อุทธรณ์บอกว่าอานันท์ต้องรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตัดสินใจเล่นกอล์ฟว่านักกอล์ฟมี ความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บจากลูกกอล์ฟของคนอื่น และคาปูร์มีหน้าที่ต้องร้อง “โฟร์” ต่อเมื่อมีนักกอล์ฟอยู่ในแนวหรืออยู่ในทิศทางที่เขาต้องการให้ลูกไปเท่านั้น

คา ร์ล โทเบียส ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าคำ ตัดสินของศาลหมายความว่าเมื่อคุณเล่นกอล์ฟในนิวยอร์ก คุณต้องรับผิดชอบในกรณีที่คุณตีลูกไปโดนนักกอล์ฟที่อยู่ข้างหน้าคุณเท่านั้น

นั่นหมายความว่าถ้าคุณตีแช้งค์สุดขีดลูกพุ่งไปในทิศทางที่คุณไม่นึกจะให้มันไป คุณไม่ต้องรับผิดชอบหากลูกของคุณไปโดนคนอื่น

ปัญหามีอยู่ว่าวีกเอนด์ กอล์ฟเฟอร์ส่วนใหญ่ตีไม่ตรง!

ศาล ในแคลิฟอร์เนียเคยตัดสินในทำนองนี้มาแล้วในปี 2007 และโทเบียสบอกว่าแคลิฟอร์เนียกับนิวยอร์กเป็นรัฐใหญ่ ดังนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์คล้ายกันในรัฐอื่น ศาลก็อาจจะตัดสินทำนองนี้ Read the rest of this entry »

ศึกกอล์ฟ รอยัล โทรฟี “ยุโรป” วัดฝีมือ “เอเชีย”

นับเป็นศึกใหญ่รับเปิดศักราชปี 2011 ที่ไม่น่าพลาด สำหรับคอกอล์ฟเมืองไทย

นั่น คือศึกกอล์ฟ รอยัล โทรฟี ครั้งที่ 5 ที่จะแข่งขันกันในระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม ที่สนามแบล็ค เมาเท่น กอล์ฟ คลับ ณ เมืองตากอากาศหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งจัดการแข่งขันโดยการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมีผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ ไฮเนเก้น และสนามแบล็ค เมาเท่น กอล์ฟ คลับ

ศึกนี้เป็นการปะทะกันระหว่างนักกอล์ฟชั้นนำของยุโรปและเอเชีย แข่งขันเป็นแบบแมตช์เพลย์

ใน การแข่งขันครั้งที่ 4 ปี 2010 เมื่อวันที่ 8-10 มกราคม ที่สนามอมตะสปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี ผลปรากฏว่า ทีมยุโรปเอาชนะไปแบบตื่นเต้นด้วยคะแนน 8-7

โดยครั้งนี้ทั้ง 2 ฝั่ง นำทีมโดยกัปตันหน้าเดิม ฝั่งยุโรปเป็น โคลิน “มอนตี้” มอนต์โกเมอรี่ ส่วนฝั่งเอเชียก็นำโดย นาโอมิ ชิ “โจ” โอซากิ

ในการจัดทีมของมอนตี้ การผสมผสานนักกอล์ฟวัยหนุ่มกับ นักกอล์ฟมากประสบการณ์เข้าร่วมทีม โดยเลือก ไรส์ เดวีส์ วัย 25 ปี จากเวลส์ นักกอล์ฟที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่พัตดีที่สุดในโลก และนักกอล์ฟมากประสบการณ์ในไรเดอร์ คัพ อย่าง โธมัส บียอร์น วัย 39 ปี จากเดนมาร์ก เข้าร่วมทีมล่าสุด โดยเดวีส์และบียอร์นต่างก็คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ ในปี 2010

มอน ตี้ เลือก บียอร์น “เกรตเดน-ชาวเดนมาร์กผู้ยิ่งใหญ่” เป็นผู้ช่วยกัปตันที่เซลติก แมเนอร์ และได้ใช้ประสบการณ์ที่เขาสะสมมาจากการเล่นไรเดอร์ คัพ 2 สมัย รวมทั้งยังได้ช่วยเป็นมือขวาให้กับเบิร์นฮาร์ด แลงเกอร์ ในการคว้าชัยชนะในปี 2004 ที่สนามโอ๊กแลนด์ ฮิลส์

ส่วนไรส์นั้นมอน ตี้บอกว่า เขาจะเป็นผู้เล่นคนหนึ่งที่จะอยู่ในกอล์ฟทีมได้หลายครั้งในอนาคต “ผมอยากขอให้ผู้ชมสนับสนุนเขาด้วยการศึกษาเขาอย่างใกล้ชิดบนกรีนพัต สโตรกการพัตของเขาได้รับการจัดอันดับโดยผู้ที่มีฝีมือในการพัตยอดเยี่ยมหลาย คน ให้เป็นนักกอล์ฟที่พัตดีที่สุดในเกม และผมไม่เถียงในเรื่องนี้ ถ้าผมพัตได้อย่างเขา ผมเชื่อว่าผมคงไม่ต้องรอคอยที่จะคว้าแชมป์เมเจอร์แรกจนบัดนี้”

เด วีส์จะเข้าร่วมทีมกับดาวรุ่งจากอิตาลีอีก 2 คน ได้แก่ เอโดอาร์โด โมลินารี ฮีโร่คนหนึ่งในทีมไรเดอร์ คัพ ของมอนตี้ และมัทเทโอ มานาสเซโร นักกอล์ฟวัย 17 ปี ที่เฉือนเดวีส์ เข้ารับรางวัลยูโรเปี้ยน ทัวร์ รุกกี้ ออฟ เดอะ เยียร์ ด้วยคะแนนโหวตที่สูสี

เฮนริก สเตนสัน อดีตนักกอล์ฟหมายเลขสี่ของโลก ผู้นี้จะกลับมาสวมเสื้อทีมยุโรปอีกครั้ง เช่นเดียวกับสเตนสัน และโยฮัน เอ็ดฟอร์ส ก็จะกลับมาร่วมแข่งขัน รอยัล โทรฟี เป็นสมัยที่ 3 และ ปีเตอร์ แฮนสัน จะทำแฮตทริกเป็นผู้เล่นชาวสวีเดนคนที่ 3 ที่จะเพิ่มชัยชนะอีกครั้งภายใต้การนำของมอนต์โกเมอรี่ ในรอยัล โทรฟี และไรเดอร์ คัพ ปี 2010

ด้านทีมเอเชียก็เตรียมตัวมาแย่งแชมป์อย่างเต็มที่เช่นกัน

กัปตัน โอซากิเลือกดาวรุ่งที่มาแรงของเอเชีย 5 คน เป็นนักกอล์ฟญี่ปุ่น 3 คน ได้แก่ เรียว อิชิกาว่า, ยูตะ อิเคดะ และชุนสุเกะ โซโนดะ และสองนักกอล์ฟจากเกาหลี โนห์ ซัง-ยุล และคิม คยุง-แต ผู้ซึ่งทำเงินรางวัลได้สูงสุดในเอเชีย และญี่ปุ่น

อิชิกาว่าและอิเคดะมีแรงกิ้งอยู่ในอันดับที่ 3 และ 4 ตามหลังคิม ในเจแปน กอล์ฟ ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริท ขณะที่โซโนดะ คว้าแชมป์ได้ในปี 2010 ซึ่งเป็นปีแรกของการเล่นในเจแปน กอล์ฟ ทัวร์ พวกเขาทั้งหมดคว้าชัยชนะรวมกันไม่น้อยไปกว่า 11 รายการ ในปี 2010

โนห์ ได้รับการยกย่องและคาดหวังสูง นับตั้งแต่เขาผ่านการคัดตัวในรายการแข่งขันกอล์ฟอาชีพเมื่ออายุ 14 ปี และยังทำคะแนนแซงทำให้เดวีส์จบในอันดับที่ 2 ในมาเลเซียน โอเพ่น ซึ่งเขาก็เช่นเดียวกับนักกอล์ฟหนุ่มคนอื่น ๆ นั่นคือเขาเล่นกอล์ฟสไตล์บุก

และ โอซากิยังเลือกนักกอล์ฟอีกสามคนผู้อยู่ในอันดับท็อปในเอเชี่ยน ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริท -ธงชัย ใจดี กลับมาปรากฏตัว ในรอยัล โทรฟี เป็นสมัยที่ 5 จีฟ มิลคา ซิงห์ จากอินเดีย และเหลียง เหวิน-ชง จากจีน

ธง ชัยนั้นเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะถึง 4 สโตรก ในการแข่งขัน แคมโบเดียน โอเพ่น เพิ่มสถิติในการคว้าแชมป์เอเชี่ยน ทัวร์ เป็น 13 ครั้ง Read the rest of this entry »

นักกอล์ฟไทยแห่งปี

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

นัก กอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ บุญชู เรืองกิจ ซึ่งครองตำแหน่งผู้ทำเงินรางวัลสูงสุดในการเล่นในยูโรเปี้ยน ซีเนียร์ ทัวร์เป็นปีแรก

บุญชูคว้าแชมป์ 4 รายการที่เมืองไทย, บรูไน, แอฟริกาใต้ และสเปน เขาได้แชมป์ 3 รายการแรกในช่วงต้นปี ก่อนจะปิดท้ายด้วยแชมป์ที่สเปนในช่วงปลายปี

ผลงานดังกล่าวทำให้บุญชูได้รับเลือกจากการกีฬาแห่ง ประเทศไทย (กกท.) ให้เป็นนักกีฬาอาชีพดีเด่นแห่งปี

กรรมการคัดเลือกนักกีฬาแห่งปีล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และ พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วว่าบุญชูเหมาะสมกับตำแหน่งนี้

คู่ชิงตำแหน่งนักกีฬาอาชีพดีเด่นแห่งปีของบุญชู คือ ธงชัย ใจดี เจ้าของตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว

ธงชัยคว้าแชมป์รายการเดียวในปีที่ผ่านมาที่กัมพูชา ซึ่งเป็นรายการรองสุดท้ายของฤดูกาลของเอเชี่ยน ทัวร์

แม้ ว่าจะได้แชมป์แค่รายการเดียว แต่ธงชัยสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟที่ได้แชมป์ในเอเชี่ยน ทัวร์มากที่สุด 13 รายการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ครองตำแหน่งนี้ร่วมกับถาวร วิรัตน์จันทร์ โดยชนะคนละ 12 รายการ

อาจจะมีคนถามว่าแค่ได้แชมป์ในทัวร์ของ “นักกอล์ฟสูงอายุ” ไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้น

ยู โรเปี้ยน ซีเนียร์ ทัวร์ อาจจะเป็นเพียงทัวร์ของนักกอล์ฟที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากเป็นคนเคยเก่งในทัวร์ปกติ หรือมีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์เมเจอร์ เช่น เอียน วูสแนม, แซนดี้ ไลล์, เดวิด ฟรอสต์, ปีเตอร์ ซีเนียร์ และโรเจอร์ แชปแมน

พวกนี้เก่งกว่า นักกอล์ฟไทยตอนเป็นหนุ่ม เมื่อต่างคนต่างมีอายุมากขึ้น พวกนี้ก็น่าจะยังเก่งกว่านักกอล์ฟไทย ในเมื่อบุญชูสามารถเอาชนะนักกอล์ฟเหล่านี้ได้ย่อมไม่ธรรมดา

บุญชูได้ รับการยกย่องจากเอเชี่ยน ทัวร์ว่าเป็น “เจ้าพ่อแห่งวงการกอล์ฟเอเชีย” ในความหมายที่ว่ามีคนเคารพนับถือมาก ไม่ใช่ “เจ้าพ่อ” อย่างในหนัง หรือ “เจ้าพ่อ” ที่ใช้อิทธิพลในทางที่ผิด

บุญชูเป็นนักกอล์ฟที่มีงานชุก นอกจากเล่นในซีเนียร์ ทัวร์แล้ว เขายังเล่นในเอเชี่ยน ทัวร์ และทัวร์ในประเทศ นอกจากนี้เขายังเป็นนายกสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย

ถ้าถามบุญชูถึงเคล็ดลับของการ “บานไม่รู้โรย” ซึ่งใกล้เคียง คำภาษาอังกฤษ evergreen เขาอาจจะบอกว่าเพราะกินแกงป่า ปลาดุกนะสิ

บุญ ชูเป็นดารานำในภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุดหนึ่งซึ่งเขาบอกว่า “ผมชอบกินแกงป่าปลาดุก ผมอยากให้คนกินแฮมเบอร์เกอร์รู้ว่าแกงป่าปลาดุกอร่อยแค่ไหน”

นั่นเป็นช่วงก่อนที่เขาจะไปเล่นในแชมเปี้ยน ทัวร์ (ซีเนียร์ ทัวร์ของอเมริกา) แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จในแชมเปี้ยน ทัวร์
Read the rest of this entry »

อเมริกาได้ผู้เล่นครบ พร้อมรบไรเดอร์ คัพ

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

คอ รี่ เพวินประกาศรายชื่อผู้เล่น 4 คนที่เขาเลือกเองในฐานะหัวหน้าทีมไรเดอร์ คัพของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ ไทเกอร์ วูดส์, สจวร์ต ซิงค์, แซ็ค จอห์นสัน และริคกี้ ฟาวเลอร์

นักกอล์ฟอเมริกันอีก 8 คนที่ติดทีมโดยอัตโนมัติด้วยผลงานของตัวเอง คือ ฟิล มิคเคลสัน, จิม ฟิวริก, ดัสติน จอห์นสัน, แมทท์ คูเชอร์, ฮันเตอร์ เมแฮน, เจฟฟ์ โอเวอร์ตัน,

สตีฟ สตริคเคอร์ และ บับบา วัตสัน

ตอนนี้ทั้งสหรัฐและยุโรปได้ผู้เล่นครบแล้วสำหรับไรเดอร์ คัพที่เวลส์ในเดือนหน้า

นัก กอล์ฟที่เคยได้แชมป์เมเจอร์อย่างไทเกอร์, ซิงค์ และแซ็ค จอห์นสันได้รับเลือกจากเพวินตามคาด เพราะเพวินต้องการประสบการณ์เนื่องจากปีนี้ครึ่งหนึ่งของผู้เล่นที่ติดทีม สหรัฐโดยอัตโนมัติเป็นหน้าใหม่ป้ายแดงสำหรับรายการนี้

จุดสนใจของไร เดอร์ คัพครั้งนี้คงจะอยู่ที่ไทเกอร์ ไทเกอร์ซึ่งมีผลงานโดยรวมในไรเดอร์ คัพไม่ดีนัก และมักจะถูกวิจารณ์ว่าไม่มีใจให้รายการนี้

แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าเขามุ่งมั่นที่จะกอบกู้ศักดิ์ศรีหลังจากพบกับเรื่องยุ่ง ๆ ในชีวิตที่นำไปสู่การหย่า กับเอลิน

ผล งานของไทเกอร์ในปีนี้ไม่ดีเลย แต่เขาเล่นดีขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพอดริก แฮร์ริงตันแชมป์เมเจอร์ 3 สมัย ซึ่งฟอร์มตกแต่ได้รับเลือกจากคอลิน มอนต์โกเมอรี่หัวหน้าทีมยุโรป

ถ้า ไทเกอร์เจอกับแฮร์ริงตันคงจะสนุก หรือไม่งั้นก็ให้ไทเกอร์พบกับรอรี่ แม็คคิลรอย ซึ่งเคยหยามว่าอยากให้ไทเกอร์ได้เล่นไรเดอร์ คัพเพราะไทเกอร์จะเป็นเหยื่อของทีมยุโรป

ริคกี้ ฟาวเลอร์เป็นตัวเลือกที่เซอร์ไพรส์ รายงานข่าวบอกว่าเพวินตัดตัวเลือกอื่น ๆ ออกไปจนเหลือฟาวเลอร์กับเจ. บี. โฮล์มส์ ซึ่งเป็นนักกอล์ฟที่ตีไกล และสุดท้ายก็เลือกฟาวเลอร์

การเลือกฟาวเลอร์ทำให้ทีมสหรัฐมีผู้เล่น หน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่นไรเดอร์ คัพมาก่อน 5 คน อีก 4 คน คือ ดัสติน จอห์นสัน, คูเชอร์, โอเวอร์ตันและวัตสัน

เพวินบอกว่าเขาขอความเห็น จากผู้เล่น 8 คนที่ติดทีมโดยอัตโนมัติและผู้ช่วยของเขาก่อนที่จะตัดสินใจเลือกไทเกอร์, ซิงค์, แซ็ค จอห์นสัน และ ฟาวเลอร์

แฟนกอล์ฟจำนวนมากคงไม่รู้จักฟาวเลอร์ ซึ่งมีอายุ 21 ปีและเล่นในพีจีเอ ทัวร์ปีนี้เป็นปีแรก

ฟาวเลอร์ เป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นมือ 1 ของโลก 36 สัปดาห์ระหว่างปี 2007-2008 และเคยได้แชมป์สมัครเล่นมากมาย เขาติดทีมวอล์คเกอร์ คัพ (ทำนองเดียวกับไรเดอร์ คัพแต่เป็นของนักกอล์ฟสมัครเล่น) 2 ครั้ง

เขาเทิร์นโปรในปี 2009 พอถึงปลายปีสอบคิวสกูลครั้งเดียวได้ตั๋วเล่นพีจีเอ ทัวร์สำหรับปี 2010 ทันที

แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยได้แชมป์ในพีจีเอ ทัวร์ แต่ในปีแรกของเขาในทัวร์ในปีนี้ เขาได้ที่ 2 สามครั้ง

ชื่อเต็มของเขา คือ ริคกี้ ยูกาตะ ฟาวเลอร์

“ยูกาตะ” เป็นชื่อของปู่ของเขา ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ปู่เป็นคนชักนำให้เขาเล่นกอล์ฟขณะที่เขามีอายุเพียง 3 ปี

ริคกี้เคยแข่งมอเตอร์ไซค์โมโตครอส เพราะอิทธิพลจากพ่อของเขาซึ่งเคยเป็นแชมป์บาฮา 1000 ซึ่งเป็นการแข่งขันรถออฟโรดในเม็กซิโก

ริคกี้บอกว่าการที่เขาเคยแข่งโมโตครอสทำให้เขาคุ้นเคยกับความเร็ว ซึ่งทำให้เขาเป็นนักกอล์ฟที่เล่นเร็วที่สุดคนหนึ่งในพีจีเอ ทัวร์
Read the rest of this entry »

แต่งตัวเล่นกอล์ฟ

คอลัมน์ ขึ้นแท่นปักที
โดย พิศณุ นิลกลัด

นักกอล์ฟอาชีพหลายคนแต่งตัวไม่เหมือนใคร ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาเบื่อเสื้อผ้าแบบธรรมดาหรือต้องการสร้างจุดขายให้ตัวเอง

ใน ยุค 1980-1990 นักกอล์ฟที่แต่งกายเตะตาที่สุด คือ เพย์น สจวร์ต ซึ่งโดดเด่นด้วยกางเกง 3 ส่วนสีสันสดใสบวกกับเสื้อสีสวยและถุงเท้าสีเข้ากันหรือตัดกัน

สจวร์ตไม่ได้เด่นแค่การแต่งกายเท่านั้น แต่ฝีมือของเขาอยู่ในระดับหัวแถวเช่นกัน ได้แชมป์เมเจอร์ 3 รายการ

น่า เสียดายที่สจวร์ตมีอายุสั้น เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวขัดข้องถึงขั้นทำให้นักบินและ ผู้โดยสารทุกคนสิ้นใจกลางอากาศทั้ง ๆ ที่เครื่องบินยังบินอยู่ เครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐต้องบินประกบสังเกตการณ์โดยช่วยอะไรไม่ได้ จนกระทั่งเครื่องบินน้ำมันหมดตกลงสู่พื้นเมื่อปี 1999

ยุคนี้ เอียน โพลเตอร์ เป็นเจ้าตำรับกางเกงลายธงชาติอังกฤษ หรือเสื้อผ้าสีแสบอย่างเสื้อเขียวกับกางเกงแดง หรือเสื้อม่วงกับกางเกงเขียว แต่ในบางอารมณ์โพลเตอร์ก็สวมเสื้อผ้าสีขาวล้วนหรือดำล้วนซึ่งเท่ไปอีกแบบ

ฝีมือ ของจอห์น เดลี่ แชมป์เมเจอร์ 2 รายการ ลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา แต่เขาก็หาจุดขายของตัวเองได้โดยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันแสบกว่าเสื้อ ผ้าของโพลเตอร์เสียอีก

เดลี่ใส่กางเกงลายพร้อยบวกกับเสื้อสีแสบตาอย่างส้ม, แดง, ฟ้าและเขียว ซึ่งออกแนวสีนีออน

อุดร ดวงเดชา ของไทยเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่แต่งตัวแนวเดียวกับจอห์น เดลี่

ใน ระหว่างการแข่งขันไทยแลนด์ โอเพ่น เมื่อไม่นานมานี้ อุดรสร้างชื่อจากผลงานการเล่นกอล์ฟ ข่าวภาษาอังกฤษบอกว่า อุดรซึ่งปกติมีชื่อเสียงเพราะกางเกงสีแสบพิสูจน์ให้เห็นว่ามีฝีมือ ในการเล่นกอล์ฟหลังจากที่เขาตี 12 อันเดอร์ในรอบที่ 2

น่าเสียดายที่รอบ 3 อุดรตี 4 โอเวอร์และหมดสิทธิ์ลุ้น อย่างไรก็ตาม เขาแก้ตัวด้วยการคว้าแชมป์รายการในประเทศ ในสัปดาห์ถัดมา

นัก กอล์ฟในพีจีเอ ทัวร์ที่แต่งตัวเท่มาก คือ คามิโล บีเญกาส ซึ่งอาจเป็นเพราะเขามีหุ่นดีขนาดสาว ๆ ลงความเห็นว่าเป็นนักกอล์ฟกล้ามสวยที่สุดในทัวร์

คนที่มาแรงมากในขณะนี้ คือ ไรอัน มัวร์ ซึ่งผูกไทในระหว่างการแข่งขันบีเอ็มดับเบิลยู แชมเปี้ยนชิพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มัวร์ ซึ่งได้ที่ 3 ชอบการแต่งกายแบบคลาสสิกทำนองเดียวกับ นักกอล์ฟยุคโบราณอย่างบ็อบบี้ โจนส์ เขาบอกว่า การแต่งตัวแบบนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ๆ

มัวร์เคยมีชื่อเสียงที่ไม่ให้มียี่ห้อของสินค้าบนเสื้อผ้าและอุปกรณ์ของเขา นอกจากใช้ลูกกอล์ฟยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น

แต่หลังจากที่เขาถือหุ้นในบริษัทผลิตอุปกรณ์กอล์ฟแห่งหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์

พูดถึงการแต่งตัวของนักกอล์ฟ นักกอล์ฟหญิงมีอิสระเสรีมากกว่านักกอล์ฟชาย

นักกอล์ฟหญิงสวมอะไรก็ได้สำหรับร่างกายช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขายาวหรือขาสั้น, กระโปรงและกางเกงกึ่งกระโปรง

สำหรับผู้ชายถ้าเป็นโปรต้องสวมกางเกงขายาวเท่านั้นเวลาแข่งขัน ยกเว้นการแข่งขันโชว์หรือรายการพิเศษ

ผู้หญิง จะแต่งตัวยังไงก็เชิญตามสบายครับ แต่ตอนนี้ยังมีฝนตกชุกในบ้านเรา ผมว่าเสื้อขาวกับกางเกงขาวไม่ค่อยเหมาะสำหรับ เล่นกอล์ฟตอนฝนตก

นอกจากจะเลอะง่ายแล้ว เสื้อขาวกับกางเกงขาวอาจจะทำให้โป๊เมื่อเปียกน้ำ

ตอนที่ มิเชล วี ได้แชมป์แคนาเดี้ยน วีเม่นส์ โอเพ่นเมื่อไม่นาน มานี้ เธอต้องวิ่งหนีคริสติน่า คิม ซึ่งพยายามเอาแชมเปญฉีดใส่เธอ

วีบอกว่า เธอพยายามห้ามคิมเพราะเธอสวมกางเกงสีขาว หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คงเสียดายที่ไม่ได้เห็นภาพวีเปียกชุ่มด้วยแชมเปญ ! Read the rest of this entry »

ลุ้นเฟดเอ็กซ์ คัพรายการสุดท้าย

เฟดเอ็กซ์ คัพรอบเพลย์ออฟเดินทางมาถึงสนามสุดท้ายในรายการทัวร์ แชมเปี้ยนชิประหว่างวันที่ 23-26 กันยายนที่สนามอีสท์เลคในแอตแลนต้า

รายการนี้คัดแต่หัวกะทิเหลือนักกอล์ฟที่ฟอร์มปีนี้สดที่สุดแค่ 30 คน

นี่ เป็นปีที่ 4 ของเฟดเอ็กซ์ คัพ ซึ่งพีจีเอ ทัวร์คิดขึ้นมาเพื่อสร้างเรตติ้งผู้ชมหลังจากจบ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิป และเป็นรอบเพลย์ออฟที่เซอร์ไพรส์ที่สุด

เฟดเอ็กซ์ คัพ 3 ครั้งแรกมีแชมป์แค่ 2 คน คือ ไทเกอร์ วูดส์ในปี 2007 และ 2009 กับวีเจย์ ซิงห์ ในปี 2008 แต่ว่าทั้งคู่ตกรอบไปแล้วและไม่ได้เล่นในทัวร์ แชมเปี้ยนชิป

เมื่อไม่มีไทเกอร์ คนที่มีคะแนนนำในอันดับของเฟดเอ็กซ์ คัพน่าจะเป็น “ขวัญใจประชาชน” ฟิล มิคเคลสัน แต่มิคเคลสันอยู่ที่อันดับ 10 หลังจากเพลย์ออฟ 3 รายการแรก

คนที่ได้แชมป์เพลย์ออฟ 3 รายการแรกล้วนแต่เป็นดาวรุ่งพรุ่งนี้ คือ แมทท์ คูเชอร์ (บาร์คเลย์), ชาร์ลีย์ ฮอฟแมน (ดอยตช์แบงก์) และดัสติน จอห์นสัน (บีเอ็มดับเบิลยู)

นักกอล์ฟที่มีคะแนนนำในอันดับเฟดเอ็กซ์ คัพ คือ คูเชอร์ ตามมาด้วยจอห์นสัน และฮอฟแมน

อันดับ รองลงไป ได้แก่ สตีฟ สตริคเคอร์, พอล เคซี่ย์, เจสัน เดย์, ลุค ดอนัลด์, เออร์นี่ เอลส์, มาร์ติน เลร์ด,มิคเคลสัน, จิม ฟิวริก, เจฟฟ์ โอกิลวี่ และจัสติน โรส

ความสำคัญของเฟดเอ็กซ์ คัพอยู่ที่นักกอล์ฟที่มีคะแนนรวมมากที่สุดตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนจบทัวร์ แชมเปี้ยนชิปจะได้รับโบนัส 10 ล้านดอลลาร์

คนที่ได้แชมป์ทัวร์แชมเปี้ยนชิปอาจไม่ใช่แชมป์เฟดเอ็กซ์ คัพ

ในทางทฤษฎี นักกอล์ฟทุกคนในทัวร์ แชมเปี้ยนชิป มีโอกาสครองแชมป์เฟดเอ็กซ์ คัพ

แต่ในทางปฏิบัติ อาจจะมีนักกอล์ฟเพียง 10 อันดับแรกเท่านั้นที่ได้ลุ้นแชมป์เฟดเอ็กซ์ คัพพร้อมเงินราว ๆ 320 ล้านบาท

เคซี่ย์ จะครองแชมป์เฟดเอ็กซ์ คัพ ถ้าเขาได้แชมป์ทัวร์ แชมเปี้ยนชิป ส่วนดอนัลด์จะได้โบนัส 10 ล้านดอลลาร์เมื่อเขาได้แชมป์ทัวร์ แชมเปี้ยนชิปพร้อม ๆ กับ คูเชอร์หรือจอห์นสันจบต่ำกว่าอันดับ 2

จอห์นสันมีคนเชียร์เยอะเพราะเห็นใจที่เขาพลาดแชมป์เมเจอร์ 2 รายการอย่างน่าเจ็บใจในปีนี้ในยูเอส โอเพ่น และพีจีเอ แชมเปี้ยนชิป

นัก ข่าวของยุโรปหลายคนลุ้นให้เคซี่ย์ถูกแจ็กพอตเพื่อลบความผิดหวังที่ไม่ได้รับ เลือกให้ติดทีมไรเดอร์ คัพของยุโรปเพราะ “การเมือง” มากกว่าฝีมือ

สิ่งที่น่าติดตามอีกอย่างหนึ่ง คือ มิคเคลสันมีโอกาสอีกครั้งที่จะแซงไทเกอร์ขึ้นเป็นมือ 1 ของโลก

การ ที่ไทเกอร์ยังเป็นมือ 1 ของโลกจนถึงขณะนี้เป็นหนึ่งในเซอร์ไพรส์ของฤดูกาลนี้ ถ้ามิคเคลสัน ทำไม่สำเร็จทั้ง ๆ ที่ไทเกอร์ทำอะไรไม่ได้เพราะหมดสิทธิ์เล่นในทัวร์ แชมเปี้ยนชิป มิคเคลสันก็ต้องโทษตัวเองเท่านั้น Read the rest of this entry »

สนามไรเดอร์ คัพ ยุโรปไม่ได้เปรียบ

ใน การแข่งขันกีฬาเกือบทุกประเภท นักกีฬาเจ้าถิ่นมักจะได้เปรียบเพราะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและอากาศ และได้รับเสียงเชียร์จากคนชาติเดียวกัน

ในไรเดอร์ คัพ ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้เจ้าบ้านได้เปรียบไม่ใช่ความคุ้นเคยกับสนามและอากาศ แต่เป็นกองเชียร์ที่ระยะหลังมีการเชียร์แบบ “จัดตั้ง” โดยคนดูพร้อมใจกันเยาะเย้ยเมื่อฝ่ายตรงข้ามตีไม่ดี คล้ายกับการเชียร์ฟุตบอล

ฝรั่ง ช่างคิดย้อนกลับไปดูผลการแข่งขันไรเดอร์ คัพ 10 ครั้งหลังสุดและพบว่าเจ้าบ้านชนะ 6 ครั้ง ทีมเยือนชนะ 3 ครั้ง และเสมอกัน 1 ครั้ง

แต่ถ้าดูตั้งแต่ปี 1997 เจ้าบ้านชนะ 5 ใน 6 ครั้ง และสหรัฐเป็นเจ้าบ้าน ที่แพ้ในช่วงดังกล่าว โดยถูกยุโรปถล่มเละ 18.5 ต่อ 9.5 คะแนน ที่โอ๊คมอนท์ ฮิลส์

สหรัฐดูเหมือนว่าจะไม่ถนัดในการเล่นเป็นทีมเยือน และไม่ชนะนัดเยือนตั้งแต่ปราบยุโรป 15 ต่อ 13 ที่เบลฟรี ในปี 1993

ที่ จริงแล้ว เจ้าบ้านอาจไม่ได้เปรียบนักในเรื่องความคุ้นเคยกับสภาพสนามเพราะสนามที่ใช้ แข่งขันไรเดอร์ คัพ ส่วนใหญ่เป็นสนามสไตล์เดียวกับที่ใช้แข่งขันพีจีเอ ทัวร์ หรือยูโรเปี้ยน ทัวร์

ไรเดอร์ คัพ 2010 จะแข่งที่สนามทเว็นตี้ เท็นที่เคลติก แมเนอร์ รีสอร์ท ในเวลส์ ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม

สนาม นี้เป็นสนามกอล์ฟแห่งแรกซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเจ้าภาพไรเดอร์ คัพ ไม่ใช่สนามที่มีอยู่แล้ว เจ้าของสนามตั้งชื่อว่า ทเว็นตี้ เท็น (ยี่สิบ-สิบ หรือ 2010) เพราะไรเดอร์ คัพ ครั้งนี้ แข่งในปี 2010

จิม แม็คเคนซี่ ผู้อำนวยการด้านกอล์ฟของเคลติก แมเนอร์ บอกว่า ไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบในการแข่งขันที่สนามทเว็นตี้ เท็น ซึ่งมี “หลุมคลาสสิก” สำหรับการเล่นแบบแมทช์เพลย์อย่างน้อย 7 หลุม

หลุม เหล่านี้มีความสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับรางวัล และ นักกอล์ฟเล่นที่หลุมเหล่านั้นได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้น นำหรือตามอยู่

แม็คเคนซี่ขอให้แฟนกอล์ฟจับตาดู 5 หลุมสุดท้าย ซึ่งนักกอล์ฟสามารถเลือกเล่นได้หลายวิธี มันจึงเหมาะมากสำหรับการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ ซึ่งมักจะตัดสินกันที่หลุมท้าย ๆ

ตัวอย่างเช่น หลุม 18 พาร์ 5 ซึ่งถูกทำให้สั้นลงเหลือ 575 หลา สำหรับไรเดอร์ คัพ เพื่อยั่วให้นักกอล์ฟเสี่ยงตี 2 ออน แต่ถ้าพยายามทำเช่นนั้น นักกอล์ฟอาจจะพบกับความหายนะเพราะกรีนลาดชันมาก และมีน้ำขวางอยู่หน้ากรีน

แม็คเคนซี่บอกว่า ถ้าพูดถึงปัจจัยด้านสนามอย่างเดียว ยุโรปไม่ได้เปรียบ

มี ข่าวว่า คอลิน มอนต์โกเมอรี่ หัวหน้าทีมยุโรป จะขอให้ ทางสนามทำให้สนามอยู่ในสภาพที่ทำให้ทีมยุโรปได้เปรียบ เช่น ทำให้กรีนช้าลงเพราะนักกอล์ฟยุโรปถนัดสภาพกรีนแบบนี้ มากกว่า

อย่าง ไรก็ตาม แม็คเคนซี่ยืนกรานว่า มอนต์โกเมอรี่บอกว่า เขาจะไม่ใช้ “เล่ห์เหลี่ยม” แบบนี้เพื่อเอาชนะทีมสหรัฐ และต้องการให้ทีมที่เล่นดีกว่าเป็นฝ่ายชนะ Read the rest of this entry »


thaigolfclub.netLogin

Powered by Yahoo! Answers